เติมไขมันหน้าเด็ก

เติมไขมันหน้าเด็ก

แบบยอดนิยม

ภาพก่อน - หลัง

รีวิวแชร์ประสบการณ์

เป็นคุณคนเดิมที่สวยขึ้น

การเติมไขมัน (Fat Grafting) โดย คุณหมอต้น ปิยพล พัฒนครู

คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าด้วยไขมันของคุณเอง ด้วยเทคนิค Growth Factors พัฒนาโดยนายแพทย์ปิยพล พัฒนครู ศัลยแพทย์ใจดีที่ทำเคสเติมไขมันมากที่สุดในสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ประสบการณ์นานกว่า 7 ปี

ที่ Pmed Clinic การเติมไขมันไม่ใช่แค่การ “ดูด” แล้ว “เติม” แล้ว“จบ”เท่านั้นแต่หมายถึงการคิดคำนวณอย่างแม่นยำ และรอบคอบเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเฉพาะบุคคล การเติมไขมันของ Pmed Clinic หมายถึงการใช้เครื่องมือที่ดีที่สุด เทคนิคที่การันตีผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงที่สุด โดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการเติมไขมันโดยเฉพาะ เพราะสำหรับเรา การเติมไขมันเป็นเทคนิคการสร้างความอ่อนเยาว์ที่สร้างความพึงพอใจให้ผู้รับบริการได้มากที่สุด ณ ปัจจุบัน ทว่าต้องทำด้วยมือของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการเติมไขมันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์นานปีในการพัฒนาฝีมือ และอย่าเพิ่งตัดสินใจสมัครคอร์สเติมไขมันกับใครที่ไหนก่อนที่คุณจะอ่านข้อมูลต่อไปนี้จนจบ

เหนือกว่า

เหนือกว่า

การเติมไขมันธรรมดาถึง 3 เท่า เพราะเราใช้นวัตกรรม Growth Factor ชั้นสูง จากสวิตเซอร์แลนด์

เชี่ยวชาญกว่า

เชี่ยวชาญกว่า

เพราะเราคือหนึ่งในคลีนิคแรกๆ ที่นำนวัตกรรมการเติมไขมันมาปรับรูปหน้า โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเติมไขมัน ที่มีประสบการณ์ ปัจจุบันมีเคสสวยงามต่อเนื่อง มากกว่า 5,000 เคส ใช้เทคนิคเฉพาะในการวิเคราะห์ใบหน้า ออกแบบเฉพาะรายบุคคล

คุ้มค่ากว่า

คุ้มค่ากว่า

ด้วยเทคนิคที่ใช้ ทำให้ไขมันอยู่รอด ติดทนนานกว่า และปลอดภัยกว่าแน่นอน

ทำความรู้จัก FAT GRAFTING

การเติมไขมันคือ

การฉีดเติมเต็มใบหน้าด้วยไขมันของตัวเอง เป็นการย้ายตำแหน่งไขมันจากบริเวณที่เราไม่ ต้องการเช่น ต้นขา หน้าท้อง แขน หลัง ฯลฯ เพื่อมาเติมเต็มส่วนที่บกพร่อง เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา รอบดวงตา หน้าผากแบน ขมับตอบ โหนกแก้มสูง ฯลฯ

ใครบ้างที่เติมไขมันได้

ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้น ความแข็งแรงระหว่างพังผืดกับชั้นไขมันที่ยึดใบหน้า จะลดลงในบางบริเวณทำให้เกิดริ้วรอย เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำตา หน้าผากย่น หรือบางคนแก้มตอบจากการที่ไขมันบริเวณแก้มลดลง ทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งจากประสบการณ์การทำเคสเติมไขมันของคุณหมอปิยพลพบว่า ผู้ชายนั้นไขมันจะติดดีกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ และทำได้จนถึงอายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะเคยมีคนไข้อายุ 60 ปีมาเติมไขมันและพบว่าไขมันติดดีไม่แพ้สาวๆ เหมือนกัน

เทคนิคที่ใช้

Growth Factors เป็นเทคนิคที่คุณหมอปิยพลนำมาใช้เป็นคนแรกๆ ในประเทศไทย เทคนิคนี้ เป็นเทคนิคการเติมไขมันที่ทันสมัยที่สุด ต่างจากแบบเดิมคือเมื่อดูดไขมันแล้วจะนำมาปั่นและคัดแยกเซลล์ไขมัน และนำมาผสมกับ Growth Factors ได้เป็นเซลล์ไขมันที่มีความคงตัวและติดดีกว่าเทคนิคเดิมถึง 3 เท่าเทียบจากเทคนิคแรกเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เมื่อฉีดไขมันแล้ว ไขมันจะติดประมาณ 30% เท่านั้นเพราะเซลล์ไขมันเป็นเซลล์ที่บอบบางและสูญสลายง่ายเมื่อมีการย้ายตำแหน่ง แต่ด้วยเทคนิค Growth Factors ไขมันติดได้ถึง 80-90% โดยที่ใช้ปริมาณน้อยกว่า

เทคนิคที่ใช้

2 ชั่วโมง ใช้เวลาในห้องศัลยกรรม หลังทำใช้ชีวิตตามปกติได้เลย ไม่บวม ไม่ช้ำ

7 วัน ตัดไหม

1-3 เดือน ระยะเวลาที่ใบหน้าเข้าที่ หลังจากเดือนแรกไขมันจะยุบตัวลง และจะแข็งแรงขึ้นภายใน 3 เดือน

Doctor’s Message : การเติมไขมันก็เหมือนการปลูกต้นไม้

“ให้เราจินตนาการว่าถ้าเราจะปลูกต้นไม้ต้องอาศัยอะไรบ้าง เช่น ต้นกล้า ดิน ปุ๋ย คนปลูกต้นไม้ เป็นต้น ต้นกล้าก็คือเซลล์ไขมันที่เราใส่ลงไป Growth Factors คือปุ๋ยที่เราที่พัฒนาเทคนิคมาเกือบ 10 ปีจนได้สูตรปุ๋ยที่ดีที่สุด ดิน คือร่างกายของผู้มารับบริการ คุณอายุเท่าไร เพศอะไร พักผ่อนเพียงพอไหม สูบบุหรี่หรือเปล่า ดื่มหรือเปล่า มีโรคประจำตัวไหม ฯลฯ ส่วนนี้เราแก้ไขไม่ได้แต่เราจะทำให้ดีที่สุด และสุดท้ายคือคนปลูก ซึ่งต้องมีเทคนิคที่ดี มีประสบการณ์สูง เพราะการเติมไขมันแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดซับซ้อนแต่ไม่ยากเพราะคำนวณล่วงหน้าได้หมด ถ้าคุณมีประสบการณ์และเอาใจใส่กับมันมากพอ”

4 Steps ขั้นตอนการเติมไขมัน

  • วิเคราะห์ใบหน้า

    1

    วิเคราะห์ใบหน้า

    คุณหมอเล่าว่า ศัลยแพทย์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับมิติของใบหน้า รู้ว่าใบหน้าแต่ละคนมีเหลี่ยมไหนมุมไหนที่เติมไขมันแล้วจะดูสวยงามแบบพอดีจริงๆ ตัวคุณหมอเองนั้นเคยผ่านคอร์สเรียนการปั้นและการวาดภาพจากเพาะช่างมาแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนเฉพาะทางในสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า โรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งบรรจุวิชานี้ไว้ในหลักสูตรเพื่อให้ศัลยแพทย์เข้าใจความงามในมิติของศิลปะด้วย คุณหมอเล่าว่ากระดูกที่เป็นกรอบหน้าคือมิติที่แข็ง และส่วนที่นิ่มที่มีไขมันคือมิติที่อ่อน คนเราเมื่ออายุมากขึ้นจะมีไขมันน้อยลงทำให้แก้มตอบ ขมับตอบ ซึ่งทำให้ใบหน้าดูแข็ง ก็อาจแก้โดยเติมไขมันที่แก้มและขมับให้เต็มขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้รับบริการและความเป็นไปได้ตามคำวินิจฉัยของคุณหมอ ไม่สามารถใช้วิธีเดียวในการแก้ปัญหาให้คนทุกคนได้

  • การดูดไขมัน

    2

    การดูดไขมัน

    ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ใช้ไขมันประมาณ 100-200 ซีซี โดยคุณหมอจะคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะดูดเท่าไหร่จากอวัยวะส่วนไหน ซึ่งโดยมากจะดูดจากต้นขาก่อน ถ้าไม่พอจึงดูดที่หน้าท้อง ส่วนใหญ่จะจบที่หน้าท้อง และคนไข้ประมาณ 85-90% เลือกวิธีฉีดยาชาและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณหมอมือเบามาก ทำไม่เจ็บ ระหว่างทำสามารถพูดคุยกับคุณหมอได้ตามปกติ

  • การคัดแยกไขมัน

    3

    การคัดแยกไขมัน

    ใช้เทคนิค Growth Factors ซึ่งคุณหมอปิยพลเป็นผู้บุกเบิกนำเทคนิคนี้มาใช้ในประเทศไทย คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษในการคัดแยกเซลล์ไขมัน และใช้อุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงมาสกัด Growth Factors จากเลือดแล้วนำมาผสมกับเซลล์ไขมัน คุณหมอให้ความสำคัญกับ Growth Factors มากเพราะโดยตัวมันเองเป็นอาหารเลี้ยงเซลล์อยู่แล้ว มันจะเป็นปุ๋ยให้กับเซลล์ไขมัน และทำให้เมื่อฉีดไขมันไปแล้ว ไขมันจะติดดีถึง 80-90%

  • การฉีดไขมัน

    4

    การฉีดไขมัน

    ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความชำนาญว่าแต่ละตำแหน่งควรฉีดเท่าไหร่ ซึ่งต้องคำนวณเผื่อตอนไขมันยุบด้วย โดยหลักแล้ว ให้ “ฉีดพอดีหรือเกินได้นิดหน่อย” และ “ห้ามฉีดเกินมากๆ” เด็ดขาด เพราะจะทำให้หน้าบวม หน้าเปลี่ยนเป็นคนละคน และการจะเอาไขมันส่วนที่เกินออกนั้นเป็นเรื่องยากมากเพราะไขมันที่ใบหน้าถ้าติดแล้วจะติดดี ไม่เหมือนไขมันบริเวณอื่น ใบหน้าเป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อและพังผืดเยอะ ขูดไขมันออกยากและเกิดการบวมช้ำง่าย แพทย์จึงต้องระมัดระวังในการฉีดมากและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างสูง

Doctor’s Message : เติมไขมันควบทำโบท็อกซ์

“โดยมากผมจะฉีดครั้งเดียวให้จบเลย แต่ก็มีบางบริเวณที่ไม่เอื้อต่อการฉีดไขมัน เช่น หน้าผาก เปรียบเหมือนดินดอน ปลูกต้นไม้ที่อื่น 100 ต้น อาจจะขึ้น 80 ต้น แต่ถ้าปลูกตรงหน้าผากจะขึ้นแค่ 60 ต้น เพราะฉะนั้นต้องมาดูกันอีกทีว่าควรจะฉีดซ้ำหรือไม่ และโดยมากการเติมไขมันบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวเยอะๆ เช่น หน้าผากหรือแก้ม ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดร่องไขมันเพราะการขยับเป็นการรบกวนต้นกล้าไขมันที่เราเพิ่งปลูกเข้าไป มันยังเป็นต้นอ่อนถ้าเราไปรบกวนมันก็อาจจะไม่เข้าที่ ผมก็จะแนะนำให้ทำโบท็อกซ์ไปด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด"

Golden Period การเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าหลังเติมไขมัน

ช่วงบวมน้ำ

1 เดือน

ช่วงบวมน้ำ

ช่วงยุบบวมน้ำ

2 เดือน

ช่วงยุบบวมน้ำ เซลล์ไขมันยังอ่อน ดูเผินๆ เหมือนไขมันที่เติมยุบหายไป

เซลล์ไขมันเติบโตขึ้น

3 เดือน

เซลล์ไขมันเติบโตขึ้น ใบหน้าจะเข้าที่ ไขมันใหม่ผสานกับผิวเป็นหนึ่งเดียว

การดูแลตัวเองหลังเติมไขมัน

แม้ว่าคนไข้ของคุณหมอปิยพลจะเดินตัวปลิวกลับบ้านได้ทันทีหลังจากเติมไขมัน แต่ทว่าการดูแลตัวเองหลังจากนั้นก็เป็นสิ่งที่คุณต้องเอาใจใส่ด้วยเช่นกัน และมันก็สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการเติม เพราะไขมันที่เพิ่งเติมเต็มเข้าไปนั้น เปรียบเหมือนต้นกล้าที่ยังอ่อนเยาว์ ต้องการทั้งอาหารและการบำรุงเพื่อให้เซลล์ไขมันเหล่านั้นได้เติบโต สิ่งที่ต้องดูแลได้แก่

  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ไม่ต้องกินไขมันเยอะกว่าปกติ แต่ห้ามอดอาหารเด็ดขาด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก
  • งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์

Doctor’s Message : ตัวช่วยหลังทำกับเวชสำอาง Pharmann

“นอกจากกลับไปพักผ่อน กินอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว เราก็มีครีมพิเศษที่ช่วยลดอาการบวม ช้ำ หรืออักเสบ ชื่อแบรนด์ Pharmann จากประเทศโปแลนด์ ครีมพวกนี้ไม่ต้องใช้ตลอดไป แค่ใช้ช่วง 5-7 วันแรกก็เพียงพอแล้ว”

เปรียบเทียบฟิลเลอร์แบบต่างๆ กับไขมันตัวเอง

  ไขมันตัวเอง ฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์เทียม

แหล่งที่มา

ได้จากไขมันส่วนเกินในอวัยวะต่างๆ เช่น ต้นขา หน้าท้อง ฯลฯ ของตัวเอง

เป็นสารเติมเต็มใบหน้า ผลิตโดยผู้ผลิตที่ตรวจสอบที่มาที่ไปได้

เรียกอีกอย่างว่าฟิลเลอร์หิ้ว ตรวจสอบที่มาไม่ได้เวลาฉีดอาจรู้สึกหนืดหรือใสกว่าปกติ

ลักษณะ

เป็นเซลล์ไขมันที่มีชีวิต จะเติบโตได้เรื่อยๆ ในบริเวณที่ฉีด และมีความแข็งแรงขึ้นได้

เป็นสารเคมีที่คงสภาพและเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

ลักษณะไม่แน่นอนอาจเสื่อมสลายไว เป็นน้ำหรือแข็งเป็นก้อน

อาการแพ้

ไม่มี

อาจจะ

อาจจะ

ราคา

ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย

ซีซีละ 10,000 บาท ขึ้นไป

มีตั้งแต่ซีซีละ 100 บาท

การคงตัว

ที่ Pmed Clinic ไขมันติดดี 3-4 ปี ขึ้นไป และคาดว่าน่าจะอยู่ได้ 5-8 ปี

1-2 ปี แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์

ผลลัพธ์ไม่แน่นอน

เอาล่ะ! ทีนี้คุณตัดสินใจได้หรือยังว่า ถ้าคิดจะเติมไขมันจะทำกับที่ไหน

  Pmed Clinic Others

จุดเด่น

ศัลยแพทย์มีความเชี่ยวชาญสูง เป็นผู้บุกเบิกการเติมไขมันด้วยเทคนิค Growth Factors เจ้าแรกๆ ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ทำให้ไขมันติดดี 80-90% และนอกจากความชำนาญแล้วยังให้ความใส่ใจทุกขั้นตอน 9

ชูจุดขายเติมได้หลายครั้ง เติมไม่จำกัด (ทั้งที่ความเป็นจริงไขมันคนเรามีจำกัด ยกตัวอย่างการดูดไขมันที่ต้นขา จะดูดได้ไม่เกิน 4 ครั้งเท่านั้น) หรือมีโปรโมชั่นลดราคาเพื่อดึงดูดใจ หรือชูจุดขายเรื่องเครื่องปั่นไขมันราคาแพงๆ ฯลฯ

การเตรียมตัว

กว่า 85% คุณหมอใช้วิธีฉีดยาชา ซึ่งคนไข้ไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ

ส่วนใหญ่ใช้วิธีดมยาสลบ ต้องงดน้ำงดอาหาร

การวิเคราะห์ใบหน้า

คุณหมอเข้าใจใบหน้าของคนไทยเป็นอย่างดีและยืนยันว่าคนเรามีจุดเด่นจุดด้อยบนใบหน้าแตกต่างกัน มีความต้องการต่างกันซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจของแพทย์ อาศัยเทคนิคที่ไม่เหมือนกัน เพราะทุกๆ คนก็อยากจะสวยในแบบของตัวเอง ไม่ใช่เหมือนกันไปหมด

คลินิกหลายแห่งชูจุดเด่นเรื่องความงามแบบเกาหลี โดยไม่สนใจว่าเหมาะกับใบหน้าของคนไทยหรือไม่ การเติมไขมันโดยไม่สนใจองค์ประกอบโดยรวมมักได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ จึงต้องระวังมากๆ

เจ็บไหม

ไม่เจ็บจริงๆ นะ ระหว่างทำยังพูดคุยกับคุณหมอได้สบายๆ ไม่มีอาการบวมช้ำ ส่วนแผลที่ดูดไขมันก็มีขนาดเพียงแค่ 3 มิลลิเมตร และจะจางไปเรื่อยๆ

ถ้าโชคร้ายเจอแพทย์ที่ประสบการณ์น้อยอาจจะเจ็บมาก เพราะคนที่เคยทำศัลยกรรมบางคนบอกว่าการดูดไขมันที่ต้นขานั้นเจ็บกว่าตัดกรามเสียอีก (หูย)

ระยะเวลาคงตัว

ไขมันจะคงตัวอยู่ได้ 5-8 ปี

ขึ้นอยู่กับฟิลเลอร์ที่ใช้และประสบการณ์ของแพทย์

ทำครั้งเดียวจบไหม

เป็นความตั้งใจของคุณหมอที่ต้องการให้ทำครั้งเดียวแล้วสวยเลย เว้นแต่กรณีพิเศษจริงๆ เพราะคุณหมอรู้ว่าเวลาเป็นของมีค่า แถมไขมันก็มีจำกัดด้วย

ก็ต้องไปลุ้นเอาเหมือนกันนะ

อยากรู้ราคาแล้วล่ะ

โทรเลยจ้ะ 09-9446-9546, 09-6645-1465
หรืออีเมลมาที่ info@pmedclinic.com

N/A

คำถามยอดฮิต

  • Q. การรักษามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด

    A. มีความปลอดภัย เนื่องจากเครื่องที่ใช้ในการรักษาได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

  • Q. จะทราบได้อย่างไรว่ามีสารโลหะหนักตกค้างภายในร่างกาย

    A. โดยการตรวจที่เรียกว่า Live Blood Analysis ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้นในการดูภาวะเม็ดเลือด และการปะปนของโลหะหนักในเลือด โดยการเจาะเลือดปลายนิ้ว 1 หยด แล้วนำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูง แล้วส่งภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

  • Q. ถ้าทำคีเลชั่นบ่อยๆ จะมีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

    A. ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นในผู้ที่มีภาวะไตวายถือเป็นข้อห้ามในการทำ อย่างไรก็ตาม การทำคีเลชั่นควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น