ศัลยกรรมปรับรูปปาก

ศัลยกรรมปรับรูปปาก

แบบยอดนิยม

ภาพก่อน - หลัง

ศัลยกรรมริมฝีปาก

“เปลี่ยนริมฝีปากให้สวยดูแล้วเย้ายวน จนใครเห็นก็อยากจุมพิต”

ศัลยกรรมริมฝีปาก

การทำศัลยกรรมริมฝีปากบาง หรือริมฝีปากทรงกระจับ เป็นทรงริมฝีปากที่สาวไทยนั้นใฝ่ฝัน และนิยมเป็นอย่างมาก เพราะริมฝีปากทรงดังกล่าว จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้ใบหน้าดูสวย เซ็กซี่ เย้ายวน และยังช่วยทำให้ใบหน้าดูน่าหลงใหล น่ามองเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การทำศัลยกรรมริมฝีปากยังเป็นการทำศัลยกรรมยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของสาวไทยด้วย

ที่พีเมดคลินิกนอกจากจะช่วยทำให้คุณมีริมฝีปากที่สวย ดูเย้ายวนแล้วนั้น เรายังช่วยปรับให้ริมฝีปากบนและล่างนั้นดูเข้า ดูเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากของคุณจะสมส่วนสวยงามรับกับใบหน้าชวนมอง

การทำศัลยกรรมริมฝีปากมีอยู่ 2 ประเภท

ศัลยกรรมปากกระจับ

ศัลยกรรมปากกระจับ

เป็นการทำศัลยกรรมริมฝีปากที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยลักษณะของริมฝีปากกระจับนั่นก็คือ รูปปากที่เป็นรอยหยักตรงกลางริมฝีปากบนอย่างชัดเจน คล้ายกับจงอยปากนก แต่ไม่แหลมและยาวจนเกินพอดี ซึ่งเป็นรูปปากที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมองค์ประกอบโดยรวมให้ใบหน้ามีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

ศัลยกรรมปากกระจับ

ศัลยกรรมริมฝีปากบาง

การทำศัลยกรรมเทคนิคนี้นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากหนาเกินไป ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากบนหรือล่าง ทำให้ปากดูใหญ่ ดูห้อย ส่วนใหญ่แล้ว จะนิยมในคนที่มีปัญหาริมฝีปากล่างใหญ่เกินไป โดยจะตัดแต่งริมฝีปากให้ดูเรียวเล็ก ดูน่ามองมากยิ่งขึ้น

Doctor’s Message : จะปากกระจับหรือปากบางก็สามารถทำควบคู่กันได้!

จริงๆ แล้วการทำศัลยกรรมริมฝีปากนั้น ที่พีเมดคลินิกสามารถปรับแต่งรูปทรงริมฝีปากของคุณให้ดูสวย และเย้ายวนได้ สามารถทำควบคู่ได้ทั้งทรงปากกระจับ และริมฝีปากบาง ทั้งนี้ศัลยแพทย์จะวิเคราะห์และให้คำแนะนำแก่ผู้ที่เข้ามาทำศัลยกรรมริมฝีปากว่าควรทำทรงไหน เพื่อที่จะได้เสริมสร้างเสน่ห์บนใบหน้าของคุณให้ได้มากที่สุด

ข้อดีของการศัลยกรรมริมฝีปากที่พีเมด

  1. ศัลยแพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการศัลยกรรมริมฝีปาก และมีความชำนาญในการวิเคราะห์สภาพองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าก่อนทำการผ่าคัด
  2. เครื่องมือในการผ่าตัดนั้นได้มาตรฐาน สะอาด และไร้ผลข้างเคียงตามมาในภายหลัง
  3. มีการดูแล ติดตามผลหลังผ่าตัด และคอยให้คำปรึกษาการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
  4. การเย็บแผลหลังผ่าตัดริมฝีปากมีความละเอียด ทำให้ไม่เกิดปัญหาอักเสบ แผลปริหลังจากผ่าตัด
  5. ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดจะทำให้มีริมฝีปากที่สวยดูเป็นธรรมชาติ
  6. คุณภาพเกินราคา เป็นราคาที่เข้าถึงได้ แต่คุณภาพระดับพรีเมี่ยม

ภาพประกอบริมฝีปากใหญ่- ปากห้อย-ทรงริมฝีปากไม่สวย

การศัลยกรรมริมฝีปากเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีริมฝีปากหนา-ใหญ่ ไม่ได้สัดส่วนที่พอดี

  • ผู้ที่มีริมฝีปากไม่สวย ไม่รับกับองค์ประกอบรูปหน้า

  • ผู้ที่มีริมฝีปากรูปทรงผิดเพี้ยนอาจเกิดมาจากอุบัติเหตุ

  • ผู้ที่มีปัญหาแผลเป็นบริเวณริมฝีปาก

  • ผู้ที่อยากมีริมฝีปากกระจับ และริมฝีปากบางลง อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น

Doctor’s Message : ถ้ามีปัญหาดังต่อไปนี้อย่าคิดทำศัลยกรรมริมฝีปาก!

การทำศัลยกรรมริมฝีปากนั้นถึงแม้จะช่วยให้รูปทรงริมฝีปากนั้นได้สัดส่วนและสวยขึ้น แต่ใช่ว่าจะสามารถทำศัลยกรรมกันได้ทุกคน เพราะบางคนนั้นมีริมฝีปากบางอยู่แล้วก็ไม่สมควรที่จะทำศัลยกรรมริมฝีปากเพิ่ม เพราะเนื้อริมฝีปากน้อยอยู่แล้ว จะไม่สามารถตัดเนื้อออกได้อีก อีกทั้งก่อนทำควรคิดดีๆ เพราะถ้าเลือกคลินิกไม่ดี พลาดแล้วแก้ไขยาก แต่ที่พีเมดคลินิกก่อนทำการผ่าตัดศัลยแพทย์จะวิเคราะห์และให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี ว่าสมควรจะทำหรือไม่

เทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมริมฝีปากที่พีเมด

ที่พีเมดการผ่าตัดริมฝีปากจะเป็นการทำด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งศัลยแพทย์ของพีเมดจะมีการวิเคราะห์ริมฝีปาก ทำการวัด และวาดก่อนที่จะลงมือผ่าตัด เพื่อความพึงพอใจของคนไข้ และคำนึงถึงความปลอดภัย ผลลัพธ์หลังผ่าตัดให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าของคนไข้ให้มากที่สุด

จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณริมฝีปาก หรือในบางรายอาจจะให้รับประทานยานอนหลับ เพื่อให้คนไข้ผ่อนคลายขณะผ่าตัด ลดความเจ็บปวดและความกังวลระหว่างผ่าตัดไปในตัว

การผ่าตัดศัลยกรรมปากกระจับนั้นจะเป็นการศัลยกรรมริมฝีปากบนเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าคนไข้บางรายต้องการทำปากบางด้วย คุณหมอก็จะวิเคราะห์โครงสร้างรูปริมฝีปาก และผ่าตัดศัลยกรรมพร้อมกันทั้งริมฝีปากบนและล่าง จากนั้นจะตัดผิวริมฝีปาก เนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อริมฝีปากออกตามแนวยาว รวมถึงตกแต่งรูปริมฝีปากให้ออกมาสวยมากที่สุด ก่อนที่จะเย็บปิดแผลอย่างละเอียดด้วยไหมละลาย และซ่อนแผลไว้ด้านในของริมฝีปาก เมื่อแผลแห้งเข้าที่แล้วจะมองไม่เห็นแผลหลังจากการผ่าตัด ริมฝีปากจะดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

อาการบวม และรอยแผลหลังผ่าตัดนั้นจะใช้เวลาในการรักษาตัวอยู่ที่ประมาณ 1 สัปดาห์ และรูปทรงของริมฝีปากจะเข้าที่มากขึ้นตามระยะเวลาเรื่อยๆ ประมาณ 1 เดือน

ภาพ Before-after ก่อนและหลังผ่าตัด แบบให้เห็นแผลหลังผ่าตัดแล้ว

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมปาก

การที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนทำการผ่าตัด จะทำให้ได้รับผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีที่สุด อีกทั้งยังช่วยป้องการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลดีกับตัวคุณเอง โดยควรปฏิบัติตัวก่อนทำการผ่าตัดดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการป่วยแทรกซ้อน
  • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอลล์ทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดรับประทานยากลุ่ม Aspirin และวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนักทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะตัวยานั้นมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร/ปรอท)
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้รับประทานอยู่เป็นประจำให้ทีมแพทย์ทราบ
  • อย่าวิตกกังวลจนเกินพอดี เพราะอาจจะทำให้มีอาการแพนิค และความดันขึ้นได้ ควรเตรียมตัวเตรียมใจให้ผ่อนคลาย
  • ทำความสะอาดช่องปาก ด้วยการแปรงฟัน และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากก่อนศัลยกรรม
  • ไม่ควรทาลิปสติก หรือใช้เครื่องสำอางใดๆ ก่อนผ่าตัด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

การปฏิบัติตัวและดูแลตัวเองหลังผ่าตัดศัลยกรรมปาก

  • หลังผ่าตัดไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ตามปกติได้เลย
  • หลังผ่าตัดริมฝีปากจะมีอาการบวมอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 3-5 วัน จากนั้นจะค่อยๆ ยุบตามปกติ
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด รสเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในช่วงสัปดาห์ 1-2 หลังผ่าตัด
  • ควรล้างแผลด้วยการนำคอตตอนบัดชุบน้ำเกลือ แล้วเช็ดเบาๆ ที่บริเวณบาดแผล ห้ามเช็ดอย่างรุนแรงโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้แผลปริได้
  • ทำความสะอาดช่องปากอย่างเบามือ นุ่มนวลที่สุด
  • งดออกกำลังกายหนักๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
  • ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • งดสูบบุหรี่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด
  • หากหลังผ่าตัดบาดแผลมีอาการบวม, มีอาการอักเสบ หรือเลือดไหลผิดปกติ ควรเดินทางเข้ามาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ภาพ Before-after ก่อนและหลังผ่าตัด แบบให้เห็นแผลหลังผ่าตัดแล้ว

คำถามยอดฮิต

  • Q. การรักษามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด

    A. มีความปลอดภัย เนื่องจากเครื่องที่ใช้ในการรักษาได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

  • Q. จะทราบได้อย่างไรว่ามีสารโลหะหนักตกค้างภายในร่างกาย

    A. โดยการตรวจที่เรียกว่า Live Blood Analysis ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้นในการดูภาวะเม็ดเลือด และการปะปนของโลหะหนักในเลือด โดยการเจาะเลือดปลายนิ้ว 1 หยด แล้วนำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูง แล้วส่งภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

  • Q. ถ้าทำคีเลชั่นบ่อยๆ จะมีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

    A. ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นในผู้ที่มีภาวะไตวายถือเป็นข้อห้ามในการทำ อย่างไรก็ตาม การทำคีเลชั่นควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น